การตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์(Traceability)

p_know3_1

1. ฟาร์ม

จะทำการบันทึกข้อมูลกิจกรรมภายในกระบวนผลิต เริ่มต้นจากการลงทะเบียนสถานที่ ลงทะเบียนเกษตรกรผู้ผลิต วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น ในเกษตรกรรมที่ใช้เมล็ดพันธุ์ หรือต้นพันธุ์ ในการเพาะปลูก กิจกรรมต่างๆ ในการผลิต อาทิ การใช้ปุ๋ย (อินทรีย์และอนินทรีย์) แหล่งน้ำและวิธีการใช้ การใช้สารเคมีต่างๆ วิธีการใช้เครื่องมือที่ใช้ในการดูแลเก็บรักษา ตลอดจนการปฏิบัติหลังการใช้ ซึ่งทุกกิจกรรมที่เกษตรกรปฏิบัติ จะต้องถูกบันทึกลงในระบบฐานข้อมูล

2. ผลผลิต

หลังจากเกษตรกรได้ทำการเก็บผลผลิตแล้ว ก็จะนำวัตถุดิบที่เก็บนั้นไปส่งบริษัทผู้รับซื้อหรือบริษัทผู้ส่งออกจะทำการชั่งน้ำหนักและคัดแยกเกรด และจัดเรียง แล้วจึงนำส่งโรงงาน เมื่อโรงงานได้รับวัตถุดิบ จะมีการตรวจสอบน้ำหนักและบันทึกการรับวัตถุดิบ จากนั้นจะนำไปเข้าห้องเย็นเพื่อรอการผลิต ในกระบวนการผลิต จะเริ่มจากการคัด ตัดแต่งวัตถุดิบ และบรรจุในภาชนะ เช่น ถุง ถาด มัด และบรรจุลงกล่องตามคำสั่งซื้อของลูกค้าแต่ละราย ในกระบวนการนี้ข้อมูลสำคัญต่างๆ จะถูกบันทึกไว้ในระบบตรวจสอบย้อนกลับ

3. ควบคุมการผลิต

ในระหว่างการผลิต เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมคุณภาพจะสุ่มตรวจสอบเพื่อหาสารพิษตกค้าง รวมทั้งเชื้อจุลินทรีย์ ทั้งที่เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตและที่ผลิตเป็นสินค้าเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับนำผลการตรวจสอบบันทึกลงในระบบฐานข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สินค้าที่ส่งออกปลอดจากสารพิษตกค้างและเชื้อจุลินทรีย์ ที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

4. การส่งออก

ในแต่ละครั้งของการส่งออกจะมีการบันทึกวันที่ส่งออก เลขที่ใบนำส่งสินค้า ชื่อลูกค้า ประเภทสินค้า วันที่ผลิตสินค้า และจำนวนที่ส่งออก เพื่อให้สามารถตรวจสอบผู้ซื้อปลายทางได้

5. ผู้บริโภค

สามารถตรวจสอบที่กระบวนการใดๆ ในสายการผลิตได้ โดยสามารถตรวจสอบย้อนกลับหรือตรวจสอบเข้าไปข้างหน้าได้ตลอดสายการผลิตผ่านระบบฐานข้อมูลทางInternet ดังตัวอย่างเช่น ผู้ใช้เริ่มตรวจสอบจุดที่ การส่งออก โดยค้นหาจากวันที่ส่งออกและรหัสลูกค้า จากนั้น ระบบจะทำการค้นหาข้อมูลตามเงื่อนไขดังกล่าว โดยจะแสดงผลการสอบย้อนกลับของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การส่งออกย้อนกลับไปถึงฟาร์มที่ผลิต รวมถึงสามารถตรวจสอบผลการตรวจตรวจคุณภาพด้านต่างๆ และบรรจุภัณฑ์ ที่ใช้ในการผลิตได้อีกด้วย

จุดเด่นของ RFID สำหรับการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร คือ การที่ภาคอุตสาหกรรมต้อง ควบคุมวัตถุดิบจำนวนมากและมีการเคลื่อนไหวเข้าออกสูงในแต่ละวัน การบันทึกข้อมูลผ่านกระดาษอาจทำให้ต้องใช้กระดาษปริมาณมาก ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการจัดเก็บและสูญหาย และการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลเพื่อตรวจสอบย้อนกลับต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่ชำนาญ และ ใช้เวลาในการค้นหามาก ซึ่งมีโอกาสของการผิดพลาดสูง ในขณะที่ระบบตรวจสอบย้อนกลับ โดยคอมพิวเตอร์สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ โดยพนักงานทำการบันทึกข้อมูลผ่าน เครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละวัน และเมื่อนำ RFID มาใช้ประกอบ ระบบ RFID จะช่วยบันทึก ข้อมูลอัตโนมัติ ซึ่งสามารถช่วยผู้ประกอบการได้ดังนี้

  • การบันทึกข้อมูลแบบอัตโนมัติขณะปฏิบัติงาน
  • ลดแรงงานและเวลาในการบันทึกข้อมูล
  • มีความถูกต้องของข้อมูลสูง
  • การวิเคราะห์ข้อมูลแบบ real time หรือ การควบคุมกำลังการผลิตได้ ณ ตอนนั้น

ที่มา : http://www.rfid.or.th/2012/th/technology/component.asp

Leave a comment

INBOX
Privacy Preferences
When you visit our website, it may store information through your browser from specific services, usually in form of cookies. Here you can change your privacy preferences. Please note that blocking some types of cookies may impact your experience on our website and the services we offer.